วันที่ 22 เมษายน 2559  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดโครงการปัจฉิมนิเทศ ปีการศึกษา 2558  เพื่อให้นิสิตชั้นปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน จำนวนทั้งสิ้น  6,424 คน ได้รับฟังข้อคิดแนวทางการดำเนินชีวิตจากผู้ประสบความสำเร็จ สร้างจิตสำนึกที่ดี มีความผูกพันกับมหาวิทยาลัยและเพื่อนร่วมชั้นเรียน เติมเต็มคุณค่าว่าที่บัณฑิตก่อนจบการศึกษา และเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานและการดำเนินชีวิต  โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าว ปัจฉิมกถา มอบแก่นิสิตชั้นปีสุดท้าย KU 72  และ ร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “เกษตรศาสตร์”  โดยมี ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี และนายสกล มงคลธรรมากุล นายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกล่าวปัจฉิมกถาและให้ข้อคิดแก่ว่าที่บัณฑิตใหม่ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นาวาอากาศโทหญิง ดร.งามลมัย ผิวเหลือง รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ผู้บริหาร คณบดี ผู้แทนคณาจารย์ของทุกคณะ ร่วมกิจกรรม

          รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวมอบปัจฉิมกถาโดยสังเขปว่า สังคมไทยทุกวันนี้มีความแตกต่าง และหลากหลายในทางความคิด ขอให้พวกเราเปิดใจตัวเราเองให้กว้าง ยอมรับฟังความคิดความเห็นที่แตกต่างบ้าง  เพื่อที่ว่าสิ่งที่เราคิดว่าถูกนั้น อาจจะไม่ถูกทั้งหมด ก็ได้ และการได้ฟังสิ่งอื่นที่แตกต่างนั้นก็จะช่วยให้เราได้เข้าใจ และพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ได้อีกมาก โลกนี้ถ้ามีเพียงดอกไม้สีเดียว ชนิดเดียว อาหารถ้ามีเพียงอย่างเดียว และรสเดียว ชีวิตในโลกนี้ก็จะเศร้าหมอง การที่มีดอกไม้หลายสีหลายชนิดนี้เองที่ช่วยให้โลกนี้สวยงาม การยอมรับความคิดที่แตกต่าง ก็จะช่วยให้ชีวิตเรานั้นสวยงามเป็นการเติมเต็มชีวิตของเราได้อย่างดี  การฟังการใคร่ครวญนั้น เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ปฏิเสธและมีอคติตั้งแต่เริ่มต้น การฟังด้วยใจที่เป็นกลางทำให้เราได้เรียนรู้อะไรอีกมาก ขอให้ว่าที่บัณฑิตใหม่ที่มีคุณภาพ เป็นคนดีของประเทศชาติ สร้างและรักษาชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยดังเช่นรุ่นพี่ที่ผ่านมาได้สร้างไว้ ขอให้จำไว้ว่า  ชาวนนทรีทุกคนรักกันและจะช่วยเหลือกันตลอดไป

KAS_2446-2